สินไซ

สินไซ หรือ สังข์สินไชย (สปป.ลาวและภาคอีสานของไทยเรียก "สินไซ" ส่วนภาคกลางมักเรียก "สังข์ศิลป์ชัย") เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของอาณาจักรล้านช้าง ประพันธ์โดย ท้าวปางคำ เนื้อเรื่องแฝงไปด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและความกตัญญู โดยมีเรื่องย่อดังนี้
1. กำเนิดตัวละครและการเนรเทศ
ท้าวกุศราช เจ้าเมืองเป็งจาล มีมเหสี 8 องค์ โดยองค์ที่หนึ่งคือ นางจันทา และองค์สุดท้ายคือ นางลุน
- นางสุมณฑา น้องสาวของท้าวกุศราช ถูกยักษ์กุมภัณฑ์ลักพาตัวไป
ต่อมามเหสีทั้งแปดตั้งครรภ์:
- นางจันทา คลอดลูกเป็นราชสีห์ ชื่อ สีโห
- นางลุน คลอดลูกเป็นมนุษย์ถือธนูทองศรศิลป์และมีหอยสังข์ติดตัวมาด้วย ชื่อ สินไซ
- มเหสีอีก 6 องค์ คลอดลูกเป็นมนุษย์ปกต
ิ ด้วยความอิจฉา มเหสีทั้ง 6 จึงติดสินบนโหรให้ทำนายว่าสีโหและสินไซเป็นกาลกิณี ท้าวกุศราชจึงเนรเทศนางจันทา นางลุน และลูกทั้งสองออกจากเมืองไปอยู่ในป่า
2. การผจญภัยเพื่อช่วยอา
เมื่อพี่ชายทั้ง 6 เติบโตขึ้น ได้ออกเดินทางสืบหานางสุมณฑาตามคำสั่งพระบิดา แต่ระหว่างทางได้มาพบสินไซในป่า จึงหลอกล่อให้สินไซซึ่งมีฤทธิ์เดชไปช่วยอาแทน
- สินไซและหอยสังข์ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายผ่าน 9 ด่านมหาภัย เช่น ด่านยักษ์ ด่านงูซวง และด่านกินรี จนสามารถรบชนะยักษ์กุมภัณฑ์และช่วยนางสุมณฑากลับมาได้
3. การหักหลังและความจริงปรากฏ
ขณะเดินทางกลับ พี่ชายทั้ง 6 ได้ผลักสินไซตกเหวหวังจะฆ่าทิ้งและนำตัวอาไปแอบอ้างความชอบกับพระบิดาเพียงกลุ่มเดียว
- อย่างไรก็ตาม สินไซไม่ตายและได้รับการช่วยเหลือจากพระอินทร์ - สุดท้ายความจริงเปิดเผย เมื่อนางสุมณฑาเล่าความจริงทั้งหมดให้ท้าวกุศราชฟัง พี่ชายทั้ง 6 จึงถูกลงโทษขังคุก และท้าวกุศราชได้ไปรับตัวนางจันทา นางลุน สินไซ และสีโห กลับมาครองเมืองอย่างมีความสุข

ผาแดงนางไอ่

ผาแดงนางไอ่ เป็นวรรณกรรมพื้นบ้านและตำนานรักโศกนาฏกรรมที่สำคัญของภาคอีสาน ซึ่งเป็นที่มาของตำนานการเกิด หนองหานหลวง จังหวัดสกลนครและอุดรธานี มีเรื่องย่อดังนี้
1. บุญบั้งไฟและการพบรัก
- นางไอ่ (หรือนางไอ่คำ) เป็นธิดาผู้เลอโฉมของพญาขอม เจ้าเมืองเอกชะทีตา
- ท้าวผาแดง เจ้าชายจากเมืองผาโพง ได้ยินกิตติศัพท์ความงามจึงแอบเดินทางมาพบนางไอ่ และทั้งสองได้รักกัน
- พญาขอมจัดงาน "บุญบั้งไฟ" เพื่อบูชาพญาแถนและประกาศว่า หากบั้งไฟของเจ้าเมืองใดขึ้นสูงที่สุด จะได้อภิเษกกับนางไอ่ ทว่าในงานนี้บั้งไฟของพญาขอมและท้าวผาแดงกลับไม่ขึ้นตามที่หวัง
2. ศึกรักสามเศร้าและกระรอกด่อน
- ท้าวภังคี โอรสพญานาค (ท้าวศรีสุทโธนาค) หลงรักนางไอ่มาแต่อดีตชาติ จึงแปลงกายเป็น "กระรอกเผือก (กระรอกด่อน)" แขวนกระดิ่งทองคำที่คอ มากระโดดโลดเต้นที่หน้าต่างปราสาทนางไอ่เพื่อให้เธอสนใจ
- นางไอ่เห็นกระรอกแล้วอยากได้ จึงสั่งให้นายพรานไปจับ แต่นายพรานเผลอใช้หน้าไม้ยิงกระรอกจนตาย
- ก่อนตาย ท้าวภังคีได้อธิษฐานว่า ขอให้เนื้อของตนมีรสโอชะและมากพอให้คนทั้งเมืองได้กิน
3. โศกนาฏกรรมเมืองล่ม
- ชาวเมืองเอกชะทีตาพากันแล่เนื้อกระรอกแบ่งกันกินทั้งเมือง (ยกเว้นแม่ม่ายที่ไม่ได้กิน)
- เมื่อพญานาคผู้บิดาทราบว่าลูกชายถูกฆ่าและถูกคนกินเนื้อ จึงโกรธจัด นำทัพพญานาคขึ้นมาถล่มเมืองให้จมลง
- ท้าวผาแดงพานางไอ่ขี่ม้าชื่อ "บักสาม" หนีภัย แต่เนื่องจากนางไอ่กินเนื้อกระรอกเข้าไปด้วย ทัพพญานาคจึงตามล่าจนสามารถใช้หางฟาดตวัดตัวนางไอ่จมลงใต้ธรณีไปต่อหน้าต่อตา
4. บทสรุป
- เมืองเอกชะทีตาจมลงกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "หนองหาน"
- ท้าวผาแดงเสียใจมากจนกลั้นใจตายเพื่อกลายเป็นผีไปต่อสู้กับพญานาคในเมืองบาดาล เพื่อชิงตัวนางไอ่กลับคืนมา
- สุดท้ายพระอินทร์ต้องลงมาระงับศึกและสั่งให้ทั้งคู่รอคอยจนถึงยุคพระศรีอริยเมตไตรยจึงจะตัดสินว่านางไอ่ควรเป็นคู่ของใคร

จำปาสี่ต้น

พญาจุลนี (หรือพญาพรหมทัต) แห่งเมืองปัญจา มีมเหสีชื่อนางอัคคี แต่ไม่มีโอรส ต่อมาพญาได้นางปทุมมา (หญิงสาวที่รอดชีวิตจากเหยี่ยวยักษ์ในกลอง) มาเป็นมเหสีอีกคน และนางปทุมมาได้ประสูติพระโอรสพร้อมกันถึง 4 พระองค์
- เมืองร้างเพราะพญาฮุ้ง: เมืองจักขินถูกพญาฮุ้ง (เหยี่ยวรุ้ง) บุกกินผู้คนจนกลายเป็นเมืองร้าง เจ้าเมืองต้องนำ นางปทุมา พระธิดาไปซ่อนไว้ในกลองยักษ์เพื่อความปลอดภัย
- ท้าวจุลละนีมาช่วย: ท้าวจุลละนีแห่งเมืองปัญจานครหลงทางมาพบ และได้สังหารพญาฮุ้งช่วยนางปทุมาไว้ได้ จากนั้นจึงพานางกลับไปเป็นมเหสี (ฝ่ายซ้าย) โดยมี นางอัคคี เป็นมเหสีเดิม (ฝ่ายขวา)
- ริษยาและกลอุบาย: เมื่อนางปทุมาประสูติโอรส 4 คน นางอัคคีเกิดความอิจฉาจึงทำอุบายปิดตานางปทุมา แล้วสลับเอาลูกสุนัขมาวางแทน ส่วนโอรสทั้งสี่ถูกนำใส่แพลอยน้ำไป
- ถูกขับไล่: ท้าวจุลละนีหลงเชื่อว่านางปทุมาคลอดลูกเป็นสุนัข จึงขับไล่นางออกจากเมือง นางปทุมาต้องไปตกระกำลำบากเป็นคนรับใช้ให้หญิงม่ายใจร้าย
- กำเนิดจำปาสี่ต้น: แพกุมารลอยไปหาตายายที่เก็บไปเลี้ยง แต่นางอัคคีตามมาลอบวางยาพิษจนกุมารตายหมด ตายายจึงนำศพไปฝังจนงอกออกมาเป็น "ต้นจำปาสี่ต้น" เมื่อนางอัคคีสั่งให้โค่นต้นไม้ทิ้งน้ำ ต้นจำปาก็ลอยไปหาพระฤาษี
- ชุบชีวิตและฝึกวิชา: พระฤาษีชุบชีวิตกุมารทั้งสี่ขึ้นมาใหม่ (จำปาทอง, จำปาเงิน, จำปานิล และเจ้านล) โดย เจ้านล คนสุดท้องได้รับ "นิ้วเพชร" ที่ชี้ตายชี้เป็นได้ และทั้งหมดได้เรียนวิชาอาคมจนเก่งกล้า
- ตามหาแม่: พระอินทร์แปลงเป็นชีปะขาวมาบอกความจริง กุมารทั้งสี่จึงลาพระฤาษีไปตามหาแม่ ระหว่างทางได้ปราบยักษ์และช่วยสร้างบ้านเมืองให้พี่ๆ จนกระทั่งมาถึงเมืองปัญจานคร
- ความจริงปรากฏ: สี่กุมารพบแม่ในสภาพซูบผอมจึงเข้าช่วยเหลือ และส่งสารไปบอกความจริงแก่ท้าวจุลละนี ท้าวจุลละนีดีใจมากจึงสั่งลงโทษเนรเทศนางอัคคีและนางทาสีโดยการลอยแพ
- บทสรุป: ท้าวจุลละนีรับนางปทุมากลับวัง และรับตายายมาเลี้ยงดูอย่างดี พี่ๆ ทั้งสามกลับไปครองเมืองของตน ส่วนเจ้านลได้ครองเมืองปัญจานครสืบต่อจากบิดาอย่างมีความสุข